วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หลอดไฟท้ายของรถโตโยต้า โคโรลล่า รุ่นสามห่วง ไม่เหมือนกัน

วันนี้ว่าจะลองดูว่าหลอดไฟเบรคที่ไม่ติดมันเป็นเพราะอะไร เลยไปลองถอดดู แล้วก็เห็นว่าหลอดมันขาดจริงๆ แต่ก็คิดไปว่า ถ้าเราเอาหลอดไฟถอยหลังมาใส่แทนก่อนจะดีไหม เพราะไฟเบรคใช้บ่อยกว่าน่าจะปลอดภัยหน่อย แล้วค่อยไปซื้อหลอดไฟใหม่มาใส่

แต่พอลองถอดมาเปลี่ยน กลับใส่ลงไปไม่ได้ เพราะหลอดมันไม่เหมือนกัน หลอดไฟถอยหลังตรงก้นจะมีแค่ขั้วเดียว แต่ไฟเบรคจะมีสองขั้ว คิดว่าคงเป็นเพราะมันมีหลายระดับในการเปิด

แต่ไฟถอยกับไฟเลี้ยวจะเหมือนๆ กัน

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การสวดมนต์ที่ถูกต้อง

เมื่อก่อนนี้คิดว่าการสวดมนต์นี่ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเท่าไหร่เลย คือสวดไปก็ไม่รู้เรื่องเพราะเป็นภาษาบาลี แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร นอกจากได้สมาธิในการสวดแค่นั้นเอง 

แต่วันนี้ได้อ่าน ebook เรื่อง สวดมนต์ให้ถูกพุทธ เลยได้ความกระจ่างขึ้นมาว่า การสวดมนต์ที่จะทำให้ได้ประโยชน์จริงๆ มันเป็นยังไง มันมีทั้งการสวดแล้วเป็นบุญ และการสวดแล้วเป็นบาปด้วยนะ อยากให้ชาวพุทธทุกคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้จริงๆ

และผมก็ชอบข้อความในหนังสือเล่มนี้หลายๆ ช่วง เลยขอคัดเอามาใส่ไว้ในนี้หน่อยนะครับ

‎" ดังนั้น ถ้าหากคนไทยจะสวดมนต์เป็นภาษาบาลีแล้วก็ควรรู้คำแปลไทยด้วย หรือควรสวดมนต์แปลไทยควบคู่กันไป หรือจะสวดมนต์แต่เฉพาะคำแปลไทยก็ได้ โดยไม่ต้องกังวลในภาษาบาลีเลย แต่ถ้าสวดได้ทั้งสองอย่างรู้ความหมายด้วยนั่นเป็นการสวดที่ดีที่สุด "
จากหนังสือ "สวดมนต์ให้ถูกพุทธ" หน้า 9




" สวดมนต์อย่างมิจฉาทิฏฐิ
เพื่อมุ่งหวังได้ลาภ - ยศ - สรรเสริญ - สุข จึงได้สวดมนต์ด้วยความโลภ แล้วอ้อนวอนขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ช่วยดลบัลดาลผลสำเร็จเกิดแก่ตน
นี่เป็นความหลงผิดงมงาย จนไม่เชื่อเรื่องของกรรม(การกระทำ) ไม่เชื่อว่าบุญและบาปที่ตนทำไว้นั่นแหละ คือตัวการสำคัญที่บันดาลชะตาชีวิตให้เป็นเช่นนั้น ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรที่ไหนมาบันดาลให้เลย ตามสัจจะ(ความจริง)แล้ว พระพุทธองค์ก็ตรัสไว้ชัดเจนว่า แม้จะสวดมนต์ แม้จะอ้อนวอนยังไงก็ตาม ก็จะไม่ทำให้คนเราได้ลาภ - ยศ - สรรเสริญ - สุขใดๆ เลย แต่จะได้มาก็ต่อเมื่อได้ลงมือกระทำ(กรรม)เอาไว้ ด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น "

จากหนังสือ "สวดมนต์ให้ถูกพุทธ" หน้า 16


" เรื่องลาภของแต่ละคนนั้น จริงๆ แล้วพอถึงเวลาลาภก็จะได้มาเองตามกรรม(ที่เป็นบุญ)ของตน ทำนองเดียวกับความเสื่อมลาภ ก็จะได้มาเองตามกรรม(ที่เป็นบาป)ของตน ไม่ใช่ได้มาด้วยการสวดมนต์อ้อนวอนขอเอาเลย "
จากหนังสือ "สวดมนต์ให้ถูกพุทธ" หน้า 22 


‎" การสวดมนต์ให้อาศัยร่างกายและจิตใจของตนเป็นเครื่องสักการบูชา นั่นคือสองมือพนมสิบนิ้วชิดกัน ใช้แทนดอกบัวบูชา เอาดวงจิตที่มีสติตั้งมั่นสว่างโพลง ใช้แทนธูปเทียน นี้เป็น 'เครื่องบูชาบวงสรวง' ที่ดียิ่งกว่าดอกไม้และธูปเทียนอื่นใด " 
จากหนังสือ "สวดมนต์ให้ถูกพุทธ" หน้า 33 

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการกรอกน้ำใส่ถัง

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการที่ยืนรอกรอกน้ำใส่ลงในถังน้ำขนาดใหญ่ มันใช้เวลานานพอดูกว่าจะเต็มถัง ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าผมสามารถปล่อยให้น้ำไหลไปเรื่อยๆ แล้วไปทำอย่างก่อน แล้วกลับมาปิดก็คงทัน แต่แล้วมันก็ไม่เป็นอย่างที่คิด น้ำล้น!

และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า เราไม่ควรประมาทเปิดน้ำให้ไหลไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่อยู่เฝ้าดูมันและปิดมัน มันจะดีกว่ามากๆ ถ้าเรารู้ว่าเราจะต้องไปทำอย่างอื่น แล้วเราก็ปิดน้ำซะ แล้วพอเราเสร็จธุระแล้วเราก็มาเปิดน้ำให้ไหลต่อ แบบนี้น้ำก็จะไม่ล้นแน่ๆ และเราก็จะไม่ลืมปิดด้วย :D

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

อะไรๆ มันก็ไม่แน่จริงๆ

เพิ่งจะพบกับความจริงว่าอะไรที่คิดว่าแน่แล้วมันไม่เคยแน่เลย

ทำให้หลังจากนี้ต้องมาคิดทุกครั้งแล้วว่าอะไรมันก็ไม่แน่ เราได้แต่ทำเหตุไป ผลมันจะออกมาในรูปแบบไหนก็ไม่ต้องไปคิดอะไร เพราะ อะไรๆ มันก็ไม่แน่

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ซื้อนาฬิกาควรดูของจริง

ซื้อนาฬิกาข้อมือทางอินเทอร์เน็ตมาเมื่อสองปีก่อน ก็ดูแต่ในรูปที่เค้าเอามาลงเลย แล้วก็จินตนาการไปว่ามันจะเป็นอย่างที่เราคิด แต่พอได้มาจริงๆ มันไม่เป็นอย่างงั้น แต่ก็ไม่ถึงกับว่าจะใช้ไม่ได้นะ ก็ใช้งานได้ดี

แต่ล่าสุดจุดที่เราคิดว่ามันจะเป็นจุดอ่อนของนาฬิกาเรือนนี้ก็คือตรงขั้วระหว่างตัวเรือนกับสายมันเป็นพลาสติก ซึ่งมันคงจะไม่ทนทานแบบโลหะแน่ๆ แล้วมันก็ขาดขึ้นมาจนได้ แต่ตอนแรกเรายังไม่รู้ว่ามันขาด นึกว่าแค่มันหลุด แต่วันนี้ลองดูใกล้ๆ แล้วมันขาดเลย ซึ่งก็คงซ่อมไม่ได้ต้องเปลี่ยนอะไหล่ตรงนี้อย่างเดียว

ก็เลยได้เรียนรู้ว่า ถ้าจะซื้อนาฬิกาข้อมือครั้งต่อไปก็อย่ารีบร้อน ควรไปหาดูของจริงก่อนดีกว่า เพราะว่าถ้ามันไม่ใช่อย่างที่เราต้องการจริงๆ จะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง แม้จะซื้อมาถูกแค่ไหนก็ตาม

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

อย่าเสียเวลากับคนที่ไม่ใช่

ผมเคยคิดว่าเนื้อคู่ไม่มีอยู่จริงหรอก มันไม่มีคนที่จะเข้าใจเราได้ในทุกๆ เรื่อง ไม่มีคนที่เรารักเค้าและเค้าก็รักเราแบบสุดหัวใจ แต่หลังจากได้เจอกับคนที่เป็นได้ทุกอย่างในชีวิตมันก็ทำให้ผมเชื่อสนิทใจว่ามันมีคนแบบนั้นบนโลกใบนี้ คนที่เข้าใจเรา คนที่เราเข้าใจเค้า คนที่มีความคิดเหมือนๆ กัน เมื่อเจอแล้วเราจะรู้เลยว่า เรารักใครไม่ได้อีกแล้ว มันทำให้ผมสรุปออกมาได้ว่า จงอย่าเสียเวลากับคนที่คุณรู้สึกว่าไม่ใช่ มันจะดีกว่ามากถ้าจะรีบจบความสัมพันธ์ที่มันรู้สึกว่าไม่ใช่นั้นอย่างรวดเร็ว ให้ต่างฝ่ายต่างออกตามหาคนที่ใช่ของกันและกันดีกว่า และถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ ก็จงอย่าไปฝืน คนที่ใช่จริงๆ ยังรอคุณอยู่ที่ไหนซักแห่ง