วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ทำปากกาวาดจอ capacitive (จอ iphone,ipad) ง่ายมากๆ

วันนี้บังเอิญไปเจอวิดีโอที่มีคนเค้าทำปากกาวาดจอ capacitive หรือจอแบบที่ iPhone,iPad ใช้กันนั่นเอง

อันแรกที่เจอก็งงแล้วว่าทำไมมันง่ายจัง ก็เลยรีบลงไปลองหาอุปกรณ์มาทำ แล้วก็ใช้ได้จริงๆ

แต่อันที่สองนี่ง่ายกว่าเดิมอีก แถมใช้ดีสุดๆ




ลองทำดูตามคลิปได้เลยครับ

ส่วนนี่เป็นรูปที่ผมลองใช้ปากกาที่ทำเองวาด โดยใช้ App ชื่อ AutoDesk SketchBook Mobile บน Samsung Galaxy 551


วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วิธีเก็บเช็ค Adsense ใบแรกไว้เป็นที่ระลึก

ไม่รู้มีใครติดโฆษณาของ Google Adsense กันบ้าง คนทำแรกๆ ก็คงจะลุ้นว่าเมื่อไหร่จะครบ $100 ซะทีน้อ จะได้รับเช็คเอาไปขึ้นเงินกับ Google ซะที

แต่พอครบ $100 แล้ว เช็คส่งมาถึงบ้านแล้ว แต่ทีนี้ก็ไม่อยากเอาเช็คไปขึ้นเงินซะนี่เพราะอยากเก็บเช็คไว้เป็นที่ระลึก ^ ^

ผมเจอวิธีที่จะทำให้เราสามารถเก็บเช็คใบแรกนี้เอาไว้ได้ครับ นั่นก็คือการเก็บเช็คใบนั้นไว้จนกระทั่งเช็คหมดอายุไป หลังจากที่เช็คหมดอายุแล้ว ทาง Google เค้าก็ไม่ได้ละเลยนะครับ เค้าจะรู้ว่าเช็คใบนั้นไม่ได้ทำการขึ้นเงิน แล้วก็จะคืนเครดิตกลับเข้ามาให้เรา แล้วเมื่อถึงรอบจ่ายเงินรอบถัดไป ก็จะรวมเงินมาใหม่ครับ ดังนั้นเราก็สามารถที่จะเก็บเช็คใบแรกไว้ได้ แล้วก็ค่อยเอาเช็คใบที่สองไปขึ้นเงินกับธนาคารอีกที

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หลอดไฟท้ายของรถโตโยต้า โคโรลล่า รุ่นสามห่วง ไม่เหมือนกัน

วันนี้ว่าจะลองดูว่าหลอดไฟเบรคที่ไม่ติดมันเป็นเพราะอะไร เลยไปลองถอดดู แล้วก็เห็นว่าหลอดมันขาดจริงๆ แต่ก็คิดไปว่า ถ้าเราเอาหลอดไฟถอยหลังมาใส่แทนก่อนจะดีไหม เพราะไฟเบรคใช้บ่อยกว่าน่าจะปลอดภัยหน่อย แล้วค่อยไปซื้อหลอดไฟใหม่มาใส่

แต่พอลองถอดมาเปลี่ยน กลับใส่ลงไปไม่ได้ เพราะหลอดมันไม่เหมือนกัน หลอดไฟถอยหลังตรงก้นจะมีแค่ขั้วเดียว แต่ไฟเบรคจะมีสองขั้ว คิดว่าคงเป็นเพราะมันมีหลายระดับในการเปิด

แต่ไฟถอยกับไฟเลี้ยวจะเหมือนๆ กัน

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การสวดมนต์ที่ถูกต้อง

เมื่อก่อนนี้คิดว่าการสวดมนต์นี่ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเท่าไหร่เลย คือสวดไปก็ไม่รู้เรื่องเพราะเป็นภาษาบาลี แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร นอกจากได้สมาธิในการสวดแค่นั้นเอง 

แต่วันนี้ได้อ่าน ebook เรื่อง สวดมนต์ให้ถูกพุทธ เลยได้ความกระจ่างขึ้นมาว่า การสวดมนต์ที่จะทำให้ได้ประโยชน์จริงๆ มันเป็นยังไง มันมีทั้งการสวดแล้วเป็นบุญ และการสวดแล้วเป็นบาปด้วยนะ อยากให้ชาวพุทธทุกคนได้อ่านหนังสือเล่มนี้จริงๆ

และผมก็ชอบข้อความในหนังสือเล่มนี้หลายๆ ช่วง เลยขอคัดเอามาใส่ไว้ในนี้หน่อยนะครับ

‎" ดังนั้น ถ้าหากคนไทยจะสวดมนต์เป็นภาษาบาลีแล้วก็ควรรู้คำแปลไทยด้วย หรือควรสวดมนต์แปลไทยควบคู่กันไป หรือจะสวดมนต์แต่เฉพาะคำแปลไทยก็ได้ โดยไม่ต้องกังวลในภาษาบาลีเลย แต่ถ้าสวดได้ทั้งสองอย่างรู้ความหมายด้วยนั่นเป็นการสวดที่ดีที่สุด "
จากหนังสือ "สวดมนต์ให้ถูกพุทธ" หน้า 9




" สวดมนต์อย่างมิจฉาทิฏฐิ
เพื่อมุ่งหวังได้ลาภ - ยศ - สรรเสริญ - สุข จึงได้สวดมนต์ด้วยความโลภ แล้วอ้อนวอนขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ให้ช่วยดลบัลดาลผลสำเร็จเกิดแก่ตน
นี่เป็นความหลงผิดงมงาย จนไม่เชื่อเรื่องของกรรม(การกระทำ) ไม่เชื่อว่าบุญและบาปที่ตนทำไว้นั่นแหละ คือตัวการสำคัญที่บันดาลชะตาชีวิตให้เป็นเช่นนั้น ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรที่ไหนมาบันดาลให้เลย ตามสัจจะ(ความจริง)แล้ว พระพุทธองค์ก็ตรัสไว้ชัดเจนว่า แม้จะสวดมนต์ แม้จะอ้อนวอนยังไงก็ตาม ก็จะไม่ทำให้คนเราได้ลาภ - ยศ - สรรเสริญ - สุขใดๆ เลย แต่จะได้มาก็ต่อเมื่อได้ลงมือกระทำ(กรรม)เอาไว้ ด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น "

จากหนังสือ "สวดมนต์ให้ถูกพุทธ" หน้า 16


" เรื่องลาภของแต่ละคนนั้น จริงๆ แล้วพอถึงเวลาลาภก็จะได้มาเองตามกรรม(ที่เป็นบุญ)ของตน ทำนองเดียวกับความเสื่อมลาภ ก็จะได้มาเองตามกรรม(ที่เป็นบาป)ของตน ไม่ใช่ได้มาด้วยการสวดมนต์อ้อนวอนขอเอาเลย "
จากหนังสือ "สวดมนต์ให้ถูกพุทธ" หน้า 22 


‎" การสวดมนต์ให้อาศัยร่างกายและจิตใจของตนเป็นเครื่องสักการบูชา นั่นคือสองมือพนมสิบนิ้วชิดกัน ใช้แทนดอกบัวบูชา เอาดวงจิตที่มีสติตั้งมั่นสว่างโพลง ใช้แทนธูปเทียน นี้เป็น 'เครื่องบูชาบวงสรวง' ที่ดียิ่งกว่าดอกไม้และธูปเทียนอื่นใด " 
จากหนังสือ "สวดมนต์ให้ถูกพุทธ" หน้า 33 

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการกรอกน้ำใส่ถัง

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการที่ยืนรอกรอกน้ำใส่ลงในถังน้ำขนาดใหญ่ มันใช้เวลานานพอดูกว่าจะเต็มถัง ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าผมสามารถปล่อยให้น้ำไหลไปเรื่อยๆ แล้วไปทำอย่างก่อน แล้วกลับมาปิดก็คงทัน แต่แล้วมันก็ไม่เป็นอย่างที่คิด น้ำล้น!

และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า เราไม่ควรประมาทเปิดน้ำให้ไหลไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่อยู่เฝ้าดูมันและปิดมัน มันจะดีกว่ามากๆ ถ้าเรารู้ว่าเราจะต้องไปทำอย่างอื่น แล้วเราก็ปิดน้ำซะ แล้วพอเราเสร็จธุระแล้วเราก็มาเปิดน้ำให้ไหลต่อ แบบนี้น้ำก็จะไม่ล้นแน่ๆ และเราก็จะไม่ลืมปิดด้วย :D

วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

อะไรๆ มันก็ไม่แน่จริงๆ

เพิ่งจะพบกับความจริงว่าอะไรที่คิดว่าแน่แล้วมันไม่เคยแน่เลย

ทำให้หลังจากนี้ต้องมาคิดทุกครั้งแล้วว่าอะไรมันก็ไม่แน่ เราได้แต่ทำเหตุไป ผลมันจะออกมาในรูปแบบไหนก็ไม่ต้องไปคิดอะไร เพราะ อะไรๆ มันก็ไม่แน่