วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

อะไรมันก็ไม่แน่จริงๆ

วันนี้จู่ๆ ก็โดนแบน Account ที่ใช้บน YouTube แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย วิดีโอที่เคยอัพๆ ลงไปก็เปิดดูไม่ได้ทั้งหมดเลย

ตอนแรกก็ตกใจว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งตอนนี้ก็ยังงงๆ อยู่ว่าโดนแบนเรื่องอะไร

แต่มันก็ทำให้ความเชื่อที่เคยคิดว่าถ้าเรามีวิดีโอแล้วเราอัพเอาไว้บน YouTube มันน่าจะอยู่ไปได้อีกแสนนาน นั้นพังลงทันที

ความไม่เชื่อมั่นกลับมาแทนที่ คำสอนของพระพุทธเจ้าก็เข้ามาในหัวอีกครั้งกับความเป็นจริงที่พระองค์ค้นพบ ว่ามันไม่มีอะไรที่แน่นอน ไม่มีอะไรอยู่ตลอดไป

ซึ่งการได้เจอกับตัวเองทั้งเรื่อง adsense ที่โดนแบนไปก่อนหน้านี้แล้ว และมาเจอกับ YouTube นี่อีกครั้งก็ทำให้เราเริ่มกลับมาดูตัวเองอีกรอบว่าเรายังมีอะไรที่คิดว่ามันแน่นอนแล้วไปฝากความหวังไว้กับมันอีกบ้างนะ

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อะไรที่มันพิเศษเกินไปก็ไม่ดี

มีเหตุการณ์ที่ต้องไปช่วยในการจัดการเปลี่ยนล้อแม็กของผู้หญิงคนนึง ก็ไม่ได้ถึงกับต้องช่วยเปลี่ยนเองนะครับ แค่ช่วยตามช่างมาเปลี่ยน เพราะยางของเค้ามันซึม

ถ้าเป็นรถปกติทั่วไปที่ใส่แม็กขอบ 16-17 นิ้ว ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่คันนี้เค้าเลือกใส่ขอบ 20 นิ้ว แล้วยางที่ใส่ก็แก้มเตี้ยสุดๆ แล้วยังไม่พอใส่กับรถ Captiva ที่เป็นรถแบบขับลุยๆ สูงๆ

แต่แค่นั้นก็ยังไม่เท่าไหร่อีก เมื่อเจ้าแม็กชุดนี้มันออกแบบมาพิเศษมากๆ คือล้อปกติทั่วไปเค้าจะมองเห็นน็อตที่ยึดล้อได้เลยใช่ไหมครับ แต่อันนี้ไม่ มันถูกปิดไว้ด้วยฝาครอบ แล้วยังไม่พอ ที่ฝาครอบก็โดนล็อคเอาไว้ด้วยก้านยึด ที่ยึดไว้กับก้านของล้อแม็กที่มีก้านมากกว่า 20 อัน ซึ่งถ้าจะต้องแกะล้อเพื่อเปลี่ยนยาง จะต้องคลายน็อตที่ยึดอยู่อย่างต่ำ 40 อันก่อน (จะหารูปมาลงประกอบแต่ไม่เจอ) แล้วถ้าต้องเปลี่ยน 4 ล้อจะใช้เวลานานแค่ไหน T^T

ก็เลยได้เรียนรู้ว่าการเลือกใช้สิ่งของที่มันพิเศษกว่าคนอื่นทั่วไปนั้นมันไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีเอาซะเลย เพราะมันสร้างความยุ่งยากให้อย่างมากในกรณีที่มันเกิดปัญหาขึ้นมา แล้วยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงด้วย ต้องขับรถคนเดียวไกลๆ มันก็ดูจะอันตรายเอามากๆ

คิดว่ากลับไปคราวนี้เค้าก็น่าจะเลือกใส่ล้อแม็กแบบธรรมดาๆ แล้วล่ะนะ :P


วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่ต้องไปเครียดกับมันมากนัก

เพิ่งผ่านงานใหญ่ของชีวิตไป นั่นคืองานแต่งงาน ที่ต้องวุ่นวายกันถึงสามรอบ มีจัดรอบเช้าหนึ่งวัน แล้วก็มีไปเข้าสมรสพระราชทานอีกวัน แล้วก็มีวันงานเลี้ยงตอนเย็นอีกหนึ่งวัน

ช่วงนั้นชีวิตวุ่นวายมากๆ กว่าจะผ่านไปได้แต่ละงาน ถ้าไปกังวลกับมันมากๆ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆ สู้ดูว่ามีอะไรขาดตกบกพร่องแล้วก็ทำๆ ไปเรื่อยๆ ได้แค่ไหนแค่นั้น แต่แค่วางแผนไว้ให้ดีดี มองให้หลายๆ ด้าน ถามจากคนอื่นที่เค้าเคยจัดมาแล้วบ้าง มันก็จะช่วยให้เราเตรียมงานได้รอบคอบมากขึ้น

ซึ่งเมื่อเตรียมได้เสร็จแล้ว วันงานมาถึงก็ไม่ต้องไปกังวลแล้ว ทำไปตามหน้าที่ที่เราวางเอาไว้นั่นแหละ ทำให้ดีที่สุดในวินาทีนั้นๆ แล้วเดี๋ยวมันก็จะผ่านไปเอง ทำแบบนี้บ่อยๆ จะรู้สึกเลยว่าเวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็วมากๆ แป๊บๆ หมดวันแล้ว

ไม่ต้องมากังวลอะไรให้เสียเวลาเล้ย

โปรโมชั่นของ Sizzler แต่ละสาขาอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้

ปกติจะไปกิน Sizzler สาขาเดอะมอลล์บางแคบ่อยที่สุดเพราะใกล้บ้าน ส่วนใหญ่ก็จะสั่งแต่สลัดบาร์อย่างเดียว เพราะอยากจะกินผักเน้นๆ แต่มีอยู่ครั้งนึงไปกินแล้วมันมีโปรโมชั่นสั่งกุ้งทอดที่เป็นออร์เดิร์ฟสองจาน(จานละ 99 บาท รวมแล้ว 198 บาท) แล้วจะแถมสลัดบาร์ 1 ที่ ก็ถ้าไปกินสามคนแบบนี้ก็คุ้มดี

คราวก่อนก็ไปกินโปรโมชั่นนี้ที่สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ก็มีเหมือนกัน แต่ล่าสุดที่ไปกินที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ กลับไม่มีโปรโมชั่นนี้ ถามพนักงานแล้วเค้าบอกว่าที่นี่ไม่เคยมีโปรโมชั่นนี้เลยด้วยนะ ไม่ใช่เพิ่งเลิกอะไรแบบนี้

ก็เลยรู้ว่าจริงๆ แล้วแต่ละสาขาของ Sizzler เค้าอาจจะเลือกทำโปรโมชั่นที่แตกต่างกันได้ด้วย

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

กางเกงสี่ส่วน ห้าส่วน ก็มี

เคยได้ยินแต่กางเกงขาสามส่วน เราก็นึกว่ามันก็มีแค่นั้น แต่วันนี้เพิ่งรู้ว่ามันมีขาสี่ส่วน ขาห้าส่วน ด้วย

เรื่องแบบนี้เราก็ไม่เคยรู้เลยแฮะ ;P

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

LibreOffice (Freeware) ก็ใช้แก้ไขไฟล์ PDF ได้ด้วย

เมื่อวานจำเป็นต้องแก้ไขไฟล์ PDF นิดหน่อย เลยลองเอาเจ้า LibreOffice ที่เดิมเคยเป็น OpenOffice มาก่อน มาลองใช้ดู ปรากฏว่ามันสามารถใช้แก้ไขไฟล์ PDF ได้โดยตรงเลย แถม save กลับไปได้เหมือนเดิมอีกต่างหาก

ไม่ต้องไปหาโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ให้ยุ่งยากเล้ย ;)

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดจากยอดเต็มไม่ใช่ยอดค้าง

วันนี้บังเอิญไปอ่านเจอที่คุณกรณ์ จาติกวณิช เค้าโพสต์ไว้ใน Facebook เลยเพิ่งรู้ว่าจริงๆ แล้วการคิดดอกเบี้ยของบัตรเครดิตนั้นไม่ได้คำนวณมาจากเงินที่เรายังจ่ายไม่ครบ แต่คำนวณจากเงินต้นที่เราไปเป็นหนี้เอาไว้เลย

" หนี้บัตรเครดิต
ถ้าคุณมีบัตรเครดิตสองใบ และคุณรูดบัตรละ 100,000บาท รวม 200,000บาท พอครบดิวชำระ บัตรแรกคุณชำระเต็ม 100,000บาท บัตรที่สองคุณชำระ 90,000บาท เหลือหนี้ไว้ 10,000บาท 
บัตรแรกที่คุณชำระเต็ม คุณจะไม่มีภาระดอกเบี้ยเลย 
แต่บัตรที่สอง คุณดูเหมือนน่าจะต้องเสียดอกเบี้ยแค่ในส่วนที่เป็นหนี้ค้างอยู่ 10,000บาท แต่เปล่าครับ คุณต้องเสียดอกคิดจากเงินต้นทั้ง 100,000บาท โดยนับตั้งแต่วันที่คุณใช้เงิน "

โอ้ววว... จากที่สมัครบัตรมาตั้งสิบกว่าปี ก็เพิ่งจะรู้นี่แหละว่าเค้าคำนวณกันแบบนี้ ถึงว่าเป็นหนี้กันบานนนน บริษัทบัตรมันก็ขยันหาลูกค้าเพราะหวังจะได้เงินจากดอกเบี้ยอันมหาศาลนี่เอง ...

แล้วไอ้ที่บอกให้จ่ายขั้นต่ำ 10% นั่นเค้าก็ทำเพื่อให้เราได้เป็นหนี้กันต่อได้ไปเรื่อยๆ อีกสินะ ชิ!