รวบรวมบทเรียนที่ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน อาจจะเป็นเรื่องสัพเพเหระ หรืออาจจะเป็นเรื่องการทำเว็บที่เป็นงานที่ผมทำอยู่ครับ ^ ^
วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555
อย่าเสียเวลากับคนที่ไม่ใช่
ผมเคยคิดว่าเนื้อคู่ไม่มีอยู่จริงหรอก มันไม่มีคนที่จะเข้าใจเราได้ในทุกๆ เรื่อง ไม่มีคนที่เรารักเค้าและเค้าก็รักเราแบบสุดหัวใจ แต่หลังจากได้เจอกับคนที่เป็นได้ทุกอย่างในชีวิตมันก็ทำให้ผมเชื่อสนิทใจว่ามันมีคนแบบนั้นบนโลกใบนี้ คนที่เข้าใจเรา คนที่เราเข้าใจเค้า คนที่มีความคิดเหมือนๆ กัน เมื่อเจอแล้วเราจะรู้เลยว่า เรารักใครไม่ได้อีกแล้ว มันทำให้ผมสรุปออกมาได้ว่า จงอย่าเสียเวลากับคนที่คุณรู้สึกว่าไม่ใช่ มันจะดีกว่ามากถ้าจะรีบจบความสัมพันธ์ที่มันรู้สึกว่าไม่ใช่นั้นอย่างรวดเร็ว ให้ต่างฝ่ายต่างออกตามหาคนที่ใช่ของกันและกันดีกว่า และถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ ก็จงอย่าไปฝืน คนที่ใช่จริงๆ ยังรอคุณอยู่ที่ไหนซักแห่ง
วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วิธีการเขียนวันที่ภาษาอังกฤษ
พอดีทำเว็บอยู่ตัวนึงที่ต้องมีการแสดงวันที่ ก็เลยคิดว่าควรจะทำให้มันถูกต้องก็เลยไปหาว่าเค้าเขียนกันยังไง ก็เจอเว็บนี้ http://ezinearticles.com/?The-Correct-Way-to-Write-the-Time-and-Date-in-English&id=5735499
ซึ่งการเขียนวันที่ แบบที่แสดงวันด้วยนั้น ในแบบอเมริกันก็จะเขียนแบบนี้
Sunday, December 25, 2011
แต่ถ้าเป็นแบบอังกฤษก็จะเป็น
Sunday 25 December 2011
ก็แล้วแต่เราจะเลือกใช้ แต่เค้าแนะนำว่าจะใช้อย่างไหนก็ใช้ไปแบบเดียว ไม่งั้นมันจะทำให้สับสนได้
ซึ่งการเขียนวันที่ แบบที่แสดงวันด้วยนั้น ในแบบอเมริกันก็จะเขียนแบบนี้
Sunday, December 25, 2011
แต่ถ้าเป็นแบบอังกฤษก็จะเป็น
Sunday 25 December 2011
ก็แล้วแต่เราจะเลือกใช้ แต่เค้าแนะนำว่าจะใช้อย่างไหนก็ใช้ไปแบบเดียว ไม่งั้นมันจะทำให้สับสนได้
วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554
สร้าง template สำหรับ NextGen Gallery (WordPress)
ปกติ NextGen Gallery plugin ของ WordPress จะไม่แสดงข้อมูลใน description ออกมา เราก็เลยไปหาวิธี ซึ่งก่อนหน้านี้เราไปแก้ในไฟล์ gallery.php ซึ่งอยู่ในตัว plugin เลย พอมันอัพเดทเวอร์ชั่นไฟล์นี้ก็ถูกเขียนทับทำให้มันหายไป
ก็เลยลองหาวิธีใหม่ ก็เลยเพิ่งรู้ว่ามันมีวิธีสร้าง template ไว้ใช้เองด้วย
http://wordpress.org/support/topic/plugin-nextgen-gallery-missing-description-under-thumbnails
ก็เลยลองทำตามดูก็เลยพบว่าเราสามารถเก็บ template ที่ทำไว้แยกออกจากตัว plugin ได้ ทำให้ไม่โดนทับไฟล์เวลาที่ตัว plugin มีการอัพเดทขึ้นมา
แต่เราก็เจอปัญหาแปลกๆ ขึ้น เมื่อเราพยายามใส่ description ลงไปบน title ของ link เท่าไหร่ มันก็ไม่เปลี่ยนซักที แต่ถ้าใส่ tag ที่อื่นมันก็ทำงานได้ปกติ ลองหาอยู่นาน จนลองเปิด source code ดู ก็เลยเห็นว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงในตัว title ไปแล้ว แต่เจ้า FancyBox ที่เอาใช้ มันไปทำการดึง title จากในรูปมาใส่ให้แทนมันก็เลยไม่มีการเปลี่ยนซักที สุดท้ายก็เลยต้องไปใส่ตรง title ของรูปแทน แล้วก็ใช้งานได้ดีเลย
มี trick เล็กๆ สำหรับการใส่ html tag ลงไปด้วยบน title ด้วยการแปลงตัวอักษรให้เป็น html entity ซะก่อน เช่น < ก็เป็น < และ > ก็เป็น > ก็จะสามารถใช้ tag html ใส่ลงไปใน title ของรูปได้ แล้วแสดงผลออกมาบน title ของรูปได้ละ
ก็เลยลองหาวิธีใหม่ ก็เลยเพิ่งรู้ว่ามันมีวิธีสร้าง template ไว้ใช้เองด้วย
http://wordpress.org/support/topic/plugin-nextgen-gallery-missing-description-under-thumbnails
ก็เลยลองทำตามดูก็เลยพบว่าเราสามารถเก็บ template ที่ทำไว้แยกออกจากตัว plugin ได้ ทำให้ไม่โดนทับไฟล์เวลาที่ตัว plugin มีการอัพเดทขึ้นมา
แต่เราก็เจอปัญหาแปลกๆ ขึ้น เมื่อเราพยายามใส่ description ลงไปบน title ของ link เท่าไหร่ มันก็ไม่เปลี่ยนซักที แต่ถ้าใส่ tag ที่อื่นมันก็ทำงานได้ปกติ ลองหาอยู่นาน จนลองเปิด source code ดู ก็เลยเห็นว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงในตัว title ไปแล้ว แต่เจ้า FancyBox ที่เอาใช้ มันไปทำการดึง title จากในรูปมาใส่ให้แทนมันก็เลยไม่มีการเปลี่ยนซักที สุดท้ายก็เลยต้องไปใส่ตรง title ของรูปแทน แล้วก็ใช้งานได้ดีเลย
มี trick เล็กๆ สำหรับการใส่ html tag ลงไปด้วยบน title ด้วยการแปลงตัวอักษรให้เป็น html entity ซะก่อน เช่น < ก็เป็น < และ > ก็เป็น > ก็จะสามารถใช้ tag html ใส่ลงไปใน title ของรูปได้ แล้วแสดงผลออกมาบน title ของรูปได้ละ
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ทำให้ inputbox บน browser ของ iOS ไม่เป็นตัวใหญ่ในอักษรตัวแรก
พอดีว่าทำเว็บไซต์ที่ให้ user สามารถใช้งานได้บนมือถือด้วย แต่เจอปัญหาแปลกๆ ที่เวลากรอกข้อมูล username ลงไปแล้ว webkit browser บน iOS หรือ iPhone,iPad มันจะทำให้ตัวอักษรตัวแรกเป็นตัวใหญ่โดยอัตโนมัติทุกครั้ง ซึ่งพอส่งค่าไปตรวจสอบก็จะพบว่าไม่ตรงกับข้อมูลที่เรามี
ซึ่งเราก็อาศัยการแก้ไขโดยการแปลงค่าที่ส่งมาให้เป็นตัวเล็กทั้งหมดก่อนที่จะเช็ค ซึ่งก็ใช้งานได้ปกติดี
แต่วันนี้เจอวิธีการที่จะทำให้ช่องกรอกข้อมูล มันไม่เซ็ตอักษรตัวแรกเป็นตัวใหญ่แล้วที่นี่
http://developer.apple.com/library/IOs/#documentation/AppleApplications/Reference/SafariWebContent/DesigningForms/DesigningForms.html#//apple_ref/doc/uid/TP40006512-SW1
โดยการใส่ attribute เพิ่มลงไปใน input ว่า
autocapitalize="none"
ซึ่งเราก็อาศัยการแก้ไขโดยการแปลงค่าที่ส่งมาให้เป็นตัวเล็กทั้งหมดก่อนที่จะเช็ค ซึ่งก็ใช้งานได้ปกติดี
แต่วันนี้เจอวิธีการที่จะทำให้ช่องกรอกข้อมูล มันไม่เซ็ตอักษรตัวแรกเป็นตัวใหญ่แล้วที่นี่
http://developer.apple.com/library/IOs/#documentation/AppleApplications/Reference/SafariWebContent/DesigningForms/DesigningForms.html#//apple_ref/doc/uid/TP40006512-SW1
โดยการใส่ attribute เพิ่มลงไปใน input ว่า
autocapitalize="none"
ตัวอย่างที่เค้ายกมาบนเว็บก็จะเป็นแบบนี้
<form autocapitalize="words"> |
First Name: <input name="first-name"> |
Last Name: <input name="last-name"> |
State: <input name="state" autocapitalize="characters"> |
Username: <input name="username" autocapitalize="none"> |
Comment: <textarea name="comment" autocapitalize="sentences"></textarea> |
</form> |
แต่ลองแล้วบน <iOS4 จะต้องใช้เป็น autocapitalize="off"
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554
แขนหรือขาเป็นเหน็บชาแก้ได้ง่ายๆ
กำลังดูรายการสปั้นจ์ฉลาดสุดๆ ทางช่องโมเดิร์นไนน์ แล้วเค้ามีบอกวิธีแก้การเป็นเหน็บชาเวลาที่นอนทับแขนตัวเองนานๆ แก้ง่ายๆ ด้วยการทำท่าไก่ คือการขยับคอไปข้างหนัาข้างหลัง ลองทำดูสักพักแขนที่ชาก็จะหายไปเองเลย
ส่วนวิธีแก้การเป็นเหน็บชาที่เท้าเวลานั่งนานๆ ก็แค่ลุกขึ้นเดิน เริ่มเดินตอนแรกอาจจะยังปวดแต่เดินไปซักแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ อาการเป็นเหน็บชาที่ขาก็จะหายไปเลย
เดี๋ยวต้องเอาไปบอกลูกโยคีบ้างละ
ส่วนวิธีแก้การเป็นเหน็บชาที่เท้าเวลานั่งนานๆ ก็แค่ลุกขึ้นเดิน เริ่มเดินตอนแรกอาจจะยังปวดแต่เดินไปซักแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ อาการเป็นเหน็บชาที่ขาก็จะหายไปเลย
เดี๋ยวต้องเอาไปบอกลูกโยคีบ้างละ
วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
ทำเว็บให้ใช้งานแบบ Offline ได้
วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Redirect ไป URL ใหม่ด้วย .htaccess
เพิ่งลองเช็คเว็บที่ทำไว้เล่นๆ ว่าเข้าผ่าน www. แล้วเจออะไร ปรากฏว่าเจอหน้าตั้งต้นของเว็บ แต่จริงๆ ต้องการให้ไปที่ blog. มากกว่าเพราะตอนนี้เน้นเขียนข้อมูลไปที่ blog
เมื่อก่อนใช้วิธีการ refresh หน้าจากหน้า www. ไปที่ blog. แต่วิธีนี้ไม่เนียน คือต้องมีการ refresh หน้าแบบเห็นๆ และเสียเวลา เลยไปลองหาวิธีใหม่(แต่เก่าแล้ว) ก็คือใช้ .htaccess ตามนี้ครับ
Options +FollowSymLinks
RewriteEngine on
RewriteRule (.*) http://blog.yourdomain.com/$1 [R=301,L]
พอเขียนแบบนี้ก็จะสามารถทำให้หน้าเว็บเด้งไปเองอัตโนมัติ แถมเวลาเข้า www. แล้วมี /xxx.html ต่อท้ายมันก็จะเด้งไปที่ blog. พร้อมมี /xxx.html ต่อท้ายด้วยเลย
เมื่อก่อนใช้วิธีการ refresh หน้าจากหน้า www. ไปที่ blog. แต่วิธีนี้ไม่เนียน คือต้องมีการ refresh หน้าแบบเห็นๆ และเสียเวลา เลยไปลองหาวิธีใหม่(แต่เก่าแล้ว) ก็คือใช้ .htaccess ตามนี้ครับ
Options +FollowSymLinks
RewriteEngine on
RewriteRule (.*) http://blog.yourdomain.com/$1 [R=301,L]
พอเขียนแบบนี้ก็จะสามารถทำให้หน้าเว็บเด้งไปเองอัตโนมัติ แถมเวลาเข้า www. แล้วมี /xxx.html ต่อท้ายมันก็จะเด้งไปที่ blog. พร้อมมี /xxx.html ต่อท้ายด้วยเลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)